วัตถุมงคลแห่งศรัทธา • พลังศรัทธา • แผ่บารมี
พระกริ่งจีนใหญ่ วัดป่าบ้านบะแต้ รุ่นแรก พ.ศ. ๒๕๖๖
จัดสร้างตามดำริของ พระอาจารย์สุนิตย์ สุจิตโต (โคตรมี) โดยนำพระกริ่งจีนใหญ่องค์โบราณจากประเทศจีน สมัยราชวงศ์ชิง อายุราว ๖๖๖ ปี ซึ่งประดิษฐาน ณ วัดป่าบ้านบะแต้ มาเป็นต้นแบบในการถอดพิมพ์ เพื่อจัดสร้างเป็นพระกริ่งจีนใหญ่ รุ่นแรกของวัดป่าบ้านบะแต้
การจัดสร้างครั้งนี้มีเจตนาเพื่อเผยแผ่บารมีแห่งพระกริ่งจีนใหญ่ ให้เป็นมงคลแก่ศิษยานุศิษย์และผู้มีจิตศรัทธา อีกทั้งเพื่อสืบสานพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป โดยได้ประกอบพิธีเททองนำฤกษ์ในวันที่ ๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๖ เวลา ๙ โมง ๙ นาที ณ ลานพระอุโบสถ วัดป่าบ้านบะแต้ จังหวัดขอนแก่น
ในวาระแห่งการจัดสร้าง ยังปรากฏนิมิตหมายอันเป็นมงคลจากธรรมชาติ ทั้งฟ้าใส สายฝนโปรยปราย และสายรุ้งงดงามภายหลังฝนหยุด อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ ความร่มเย็น และความเจริญรุ่งเรืองไพบูลย์.
พระกริ่งจีนใหญ่ วัดป่าบ้านบะแต้ รุ่นแรก
พระกริ่งจีนใหญ่ องค์ต้นแบบเป็นพระกริ่งจาก ประเทศจีน สมัยราชวงศ์ชิง มีอายุประมาณ ๖๖๖ ปี และได้อัญเชิญมาประดิษฐาน ณ วัดป่าบ้านบะแต้ จังหวัดขอนแก่น
ตามดำริของ พระอาจารย์สุนิตย์ สุจิตโต (โคตรมี) ได้ให้นำพระกริ่งจีนใหญ่องค์เก่ามา ถอดพิมพ์เป็นต้นแบบ ในการจัดสร้าง พระกริ่งจีนใหญ่ วัดป่าบ้านบะแต้ รุ่นแรก เพื่อเผยแผ่บารมีของพระกริ่งจีนใหญ่ให้กว้างไกล เป็นประโยชน์แก่ชนหมู่มาก และดำรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาสืบต่อไป
## ประวัติและปฏิปทา
### พระปลัดสุนิตย์ สุจิตฺโต
### วัดป่าอรัญญวาสี บ้านบะแต้ จังหวัดขอนแก่น
พระปลัดสุนิตย์ สุจิตฺโต หรือที่ศิษยานุศิษย์ทั่วไปเคารพนับถือในนาม “พระอาจารย์สุนิตย์ สุจิตฺโต” เป็นพระเถราจารย์สายวัดป่า ผู้มีปฏิปทาเรียบง่าย งดงาม และมั่นคงในแนวทางกรรมฐาน ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าอรัญญวาสี บ้านบะแต้ ตำบลหนองโก อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น และเป็นเจ้าคณะตำบลห้วยโจด เขต ๑
พระอาจารย์สุนิตย์ มีนามเดิมว่า นายสุนิตย์ โคตรมี เกิดเมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๘ ณ บ้านหนองเม็ก ตำบลบ้านกง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น โยมบิดาชื่อคุณพ่อทองสังข์ โคตรมี โยมมารดาชื่อคุณแม่เปลี่ยน โคตรมี ท่านเป็นบุตรคนที่ ๒ ในจำนวนพี่น้องร่วมบิดามารดา ๓ คน
ในวัยเยาว์ พระอาจารย์สุนิตย์ได้รับการอบรมเลี้ยงดูในครอบครัวที่ใกล้ชิดพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะโยมมารดาซึ่งเป็นผู้มีใจบุญ ชอบเข้าวัด ฟังธรรม สวดมนต์ และรักษาศีลอยู่เสมอ ท่านจึงซึมซับเสียงสวดมนต์และบรรยากาศแห่งธรรมะมาตั้งแต่ยังเล็ก ก่อให้เกิดศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง
ด้านการศึกษา ท่านจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ จากโรงเรียนบ้านหนองเม็กหนองทุ่มโนนศิลาประชาสรรค์ อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๓ ได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดตะคลองหัน โดยมีเจ้าอธิการคำเฟือง กตวโร เป็นพระอุปัชฌาย์ และในปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ได้อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดโพธิ์ทอง ตำบลบ้านกง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น โดยมีพระครูวิจารณ์สารกิจ หรือคำเฟือง กตวโร เป็นพระอุปัชฌาย์
หลังอุปสมบท พระอาจารย์สุนิตย์ได้ตั้งใจศึกษาพระปริยัติธรรมและปฏิบัติกรรมฐานอย่างจริงจัง ท่านสำเร็จนักษธรรมชั้นตรีจากสำนักเรียนวัดตะคลองหัน และสำเร็จนักษธรรมชั้นโท–เอกจากสำนักเรียนวัดหนองโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก พร้อมกันนั้นยังมุ่งมั่นฝึกฝนสมาธิภาวนา โดยยึดหลักกรรมฐานเบื้องต้นเป็นรากฐานแห่งการปฏิบัติ
ด้วยจิตใจใฝ่ธรรมและศรัทธาต่อครูบาอาจารย์สายกรรมฐาน พระอาจารย์สุนิตย์จึงออกเดินธุดงค์จาริกภาวนาไปตามป่าเขาและสถานที่สงบวิเวกหลายแห่ง เพื่อแสวงหาความสงบภายในและเพิ่มพูนกำลังจิตภาวนา ช่วงปี พ.ศ. ๒๕๓๑–๒๕๓๔ ท่านได้ร่วมเดินธุดงค์กับพระอาจารย์มาลัย เตชปัญโญ ลัดเลาะไปตามจังหวัดเลย หนองคาย ริมฝั่งแม่น้ำโขง ทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาว อีกทั้งยังได้กราบนมัสการครูบาอาจารย์สำคัญหลายรูป อาทิ หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ วัดอรัญญบรรพต และหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี วัดหินหมากเป้ง
ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ท่านได้ปลีกวิเวกพำนักปฏิบัติธรรมเพียงลำพัง ณ ถ้ำพระเวส ดงมูล จังหวัดกาฬสินธุ์ และในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๓๖–๒๕๓๙ ได้ปฏิบัติธรรมที่เขื่อนจุฬาภรณ์ โดยอาศัยอยู่อย่างเรียบง่าย ใช้ชีวิตสมถะ ท่ามกลางธรรมชาติอันสงบวิเวก เพื่อบำเพ็ญภาวนาและฝึกความอดทนของกายใจ
กระทั่งปี พ.ศ. ๒๕๔๐ พระอาจารย์สุนิตย์ได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าอรัญญวาสี บ้านบะแต้ และได้พัฒนาวัดแห่งนี้ให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม เป็นศูนย์รวมศรัทธาของญาติโยม ตลอดจนเป็นที่อบรมกรรมฐานแก่ผู้ใฝ่ธรรม ท่านยังจัดงานปฏิบัติธรรมและงานปริวาสกรรมเป็นประจำ เพื่อเกื้อกูลพระสงฆ์และสาธุชนให้ได้มีโอกาสชำระกาย วาจา ใจ ให้บริสุทธิ์ตามแนวทางพระธรรมวินัย
พระอาจารย์สุนิตย์เป็นพระผู้ใฝ่ศึกษา ทั้งด้านสมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน วิชาพุทธาคม อักขระเลขยันต์ สมุนไพร และภูมิปัญญาครูบาอาจารย์สายโบราณ ท่านได้ศึกษาและรับการถ่ายทอดธรรมะและวิชาต่าง ๆ จากครูบาอาจารย์หลายสาย อาทิ พระอาจารย์มาลัย เตชปัญโญ, หลวงปู่สมภาร อนาวิโล, ครูบากฤษณะ อินฺทวณฺโณ, หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร วัดธรรมมงคล และครูบาอาจารย์ผู้ทรงภูมิธรรมอีกหลายรูป
แม้ท่านจะมีความรู้ในสายวิชาและพุทธาคม แต่สิ่งที่ศิษยานุศิษย์สัมผัสได้เด่นชัดคือความเมตตา ความเรียบง่าย และความตั้งใจในการสงเคราะห์ผู้คน ท่านถือหลักว่าการช่วยเหลือญาติโยมเป็นไปเพื่อให้เกิดขวัญกำลังใจ ให้ผู้คนตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม และมีหลักยึดเหนี่ยวในการดำเนินชีวิต
พระอาจารย์สุนิตย์ยังมีความเกี่ยวพันกับ “นาคเทพ” อันเป็นที่เคารพศรัทธาของศิษยานุศิษย์ โดยมีเรื่องเล่าสืบเนื่องจากนิมิตในระหว่างพิธีบวงสรวงไหว้ครูบูรพาจารย์ ต่อมาท่านจึงได้ให้จัดสร้างวัตถุมงคลตามนิมิต เพื่อมอบให้ผู้ศรัทธานำไปบูชาเป็นขวัญกำลังใจในการดำเนินชีวิต ประกอบสัมมาอาชีพ และสร้างบุญกุศล
ด้านงานเผยแผ่ พระอาจารย์สุนิตย์ได้อบรมกรรมฐานแก่ผู้สนใจ จัดงานปฏิบัติธรรมเป็นประจำ และธำรงรักษาธรรมเนียมการไหว้ครูบูรพาจารย์ในวันที่ ๑๐ มิถุนายนของทุกปี เพื่อระลึกถึงพระคุณครูบาอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาและธรรมะ ท่านให้ความสำคัญกับคำครู คำอาจารย์ และยึดมั่นในความกตัญญูต่อสายธรรมที่ได้รับสืบทอดมา
ปัจจุบัน พระปลัดสุนิตย์ สุจิตฺโต ยังคงเป็นเสาหลักแห่งศรัทธาของวัดป่าอรัญญวาสี บ้านบะแต้ จังหวัดขอนแก่น เป็นพระอาจารย์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตา มีปฏิปทามั่นคงในทางธรรม เป็นที่เคารพเลื่อมใสของศิษยานุศิษย์ และเป็นกำลังสำคัญในการสืบสานพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบไป
เหตุการณ์มงคลในวันแต่งพิมพ์
จากข้อความในภาพ ระบุว่ามีปรากฏการณ์ธรรมชาติอันงดงามเกิดขึ้นในวันที่แต่งพิมพ์พระกริ่งจีนใหญ่ โดยช่วงเช้าท้องฟ้าแจ่มใส ต่อมาในเวลาเที่ยงมีสายฝนโปรยลงมาให้ชุ่มฉ่ำ และเมื่อฝนหยุด ท้องฟ้ากลับสดใส เกิดสายรุ้งงดงาม เป็นนิมิตหมายอันดีงาม สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ ความเจริญรุ่งเรือง และความไพบูลย์สืบไป
| ๑ | หล่อนำฤกษ์ | ๑๐๙ องค์ |
| ๒ | วรรณะกลับดวงชะตา | ๒,๕๕๕ องค์ |
| ๓ | วรรณะดำ | ๒,๙๙๙ องค์ |
| ๔ | รายการลุ้นโชค เนื้อทองคำ / เนื้อเงิน / เนื้อนวะ / เนื้อมหาชนวน | ๔๕ องค์ |
| ๕ | ช่อ ๙ องค์ | ๑๑๑ ช่อ |
| ๖ | เนื้อพิเศษ | ๒ องค์ |
| ๗ | บาตรน้ำมนต์พระกริ่งจีนใหญ่ | สร้างตามจำนวนจอง |